7 เหตุผลที่ควรเลือกซื้อบ้านในโครงการที่ได้รับอนุญาตจัดสรร

7 เหตุผลที่ควรเลือกซื้อบ้านในโครงการที่ได้รับอนุญาตจัดสรร

ปัจจุบันตลาดบ้านจัดสรรมีทั้งที่อยู่ในระบบการจัดสรรภายใต้พระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 และที่อยู่นอกระบบการจัดสรรโดยเลี่ยงการขออนุญาต ที่ผ่านมาเรามักได้ยินคำเตือนหรือให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อบ้านจัดสรรอยู่บ่อยๆ คราวนี้ก็เช่นกัน แต่ผมจะพยายามพูดถึงข้อดีของการเลือกซื้อโครงการที่ได้รับอนุญาตจัดสรรเป็นหลัก เพราะข้อดีมีหลายอย่างดังนี้

  1. ผู้ซื้อจะได้ที่อยู่อาศัยในทำเลที่เหมาะสมตามสภาพแห่งท้องที่ที่ตั้งโครงการ เนื่องจากการที่จะอนุญาตให้ทำการจัดสรรแต่ละโครงการนั้น คณะกรรมการจัดสรรที่ดินซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขาอาชีพ จะร่วมกันออกข้อกำหนดให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นหลาย ๆ ด้าน ทั้งสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม คมนาคม การจราจร ความปลอดภัย สาธารณูปโภคและผังเมือง ตลอดจนด้านอื่น ๆ ที่จำเป็น
  2. ผู้ซื้อจะได้รับสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ หรือการปรับปรุงที่ดินตามแผนผังโครงการภายในเวลาที่กำหนด เนื่องจากพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้ขอจัดสรรจะต้องจัดหาธนาคารหรือสถาบันการเงินมาทำสัญญาค้ำประกันกับคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน และให้อำนาจคณะกรรมการจัดสรรที่ดินนำเงินไปดำเนินการจัดให้มีสาธารณูปโภค บริการสาธารณะและปรับปรุงที่ดินได้
  3. ผู้ซื้อจะไม่ถูกผู้ประกอบการหลอกลวงโดยการโฆษณา เนื่องจากพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 บังคับไว้ว่า การโฆษณาในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ขอจัดสรร บุริมสิทธิหรือภาระการจำนองของที่ดินจัดสรร จำนวนแปลงย่อยและเนื้อที่โดยประมาณ โครงการปรับปรุงที่ดิน การจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ แผนงาน โครงการและระยะเวลาการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค วิธีการจำหน่ายและการชำระราคาหรือค่าตอบแทน ภาระผูกพันที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินจัดสรร แบบสัญญาจะซื้อจะขาย ที่ตั้งสำนักงาน ชื่อธนาคารหรือสถาบันการเงินที่จะเป็นผู้ค้ำประกันการจัดให้มีสาธารณูปโภค บริการสาธารณะหรือการปรับปรุงที่ดิน จะต้องตรงกับหลักฐานและรายละเอียดที่กำหนดไว้ในคำขออนุญาตด้วย
  4. ผู้ซื้อจะได้ใช้สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตลอดไป โดยไม่ต้องกลัวว่าวันดีคืนดีจะมีใครมาปิดกั้นขัดขวางการใช้ เนื่องจากพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินบังคับไว้ว่า ที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคและที่ดินที่ใช้เพื่อบริการสาธารณะปลอดจากบุริมสิทธิ์ในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และภาระการจำนอง
  5. ผู้ซื้อจะไม่ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการในการเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรรเพราะจะต้องทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกำหนด
  6. ผู้ซื้อไม่ต้องกลัวว่าผู้ขายจะฉ้อโกงโดยกล่าวว่าผู้ซื้อขาดการชำระเงินอีกต่อไป เพราะพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินบังคับให้ผู้รับเงินออกหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้รับเงินให้ผู้ซื้อยึดถือไว้และให้ถือว่าเป็นหลักฐานแสดงการชำระราคาที่ดินจัดสรร
  7. ผู้ซื้อไม่ต้องกลัวว่าเมื่อชำระราคาที่ดินครบถ้วนตามสัญญาจะซื้อจะขายแล้วผู้ขายจะไม่โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ซื้อให้ หรือกรณีที่ผู้ซื้อได้ชำระราคาที่ดินครบถ้วนตามสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว ผู้จัดสรรที่ดินเป็นบุคคลธรรมดาตายหรือเป็นนิติบุคคลเลิกไป ก็ยังสามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเป็นของผู้ซื้อได้ เพราะผู้ซื้อสามารถนำหลักฐานเป็นหนังสือที่แสดงว่าได้ชำระราคาแล้ว พร้อมโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้

ถ้าไม่สามารถนำโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มาได้ก็สามารถขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกมาได้ และถ้าพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่ผู้ยึดถือครอบครองโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้รับแจ้งแล้วยังไม่ส่งมอบให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจออกใบแทนแล้วจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้แก่ผู้ซื้อได้

ส่วนกรณีที่เป็นโครงการในระบบจัดสรรก็ให้ผู้ซื้อขอดูใบอนุญาตจัดสรร แผนผังโครงการและวิธีการที่คณะกรรม-การอนุญาตในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สำนักงานที่ทำการจัดสรรที่ดินด้วย ตามที่พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 31 บังคับไว้

นิตยสาร Home Buyers’ Guide